泰国投资促进委员会(BOI)公布首版泰国《国家半导体产业发展路线图(草案)》,通过五大驱动机制打造“泰国制造芯片 2050”(Made‑in‑Thailand Chips)
บีโอไอเปิดร่างแรก “โรดแมปเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ” ดัน 5 กลไกขับเคลื่อน ปั้น “ชิปเมดอินไทยแลนด์ 2050”
泰国国家半导体委员会首次审议泰国《国家半导体产业发展路线图(草案)》,提出五大驱动机制,推动泰国成为区域领导者,力争在2050年前实现“泰国制造芯片”(Made‑in‑Thailand Chips);计划吸引投资超过2.5万亿泰铢,并培养超过23万名高技能专业人才。
บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ เดินหน้าพิจารณาร่างโรดแมปเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติครั้งแรก วางกลไกขับเคลื่อน 5 ด้าน ดันไทยขึ้นแท่นผู้นำในภูมิภาค มุ่งสู่ “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ภายในปี 2050 ตั้งเป้าดึงเงินลงทุนมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท สร้างบุคลากรทักษะสูงในประเทศกว่า 2.3 แสนคน
泰国投资促进委员会(BOI)秘书长 Narit Therdsteerasukdi 先生表示,泰国国家半导体及先进电子产业政策委员会(泰国国家半导体委员会)于2026年1月7日召开会议,由泰国副总理兼财政部长 Ekniti Nitithanprapas 先生主持,审议并提供意见针对自2025年4月起启动编制的泰国《国家半导体及先进电子产业发展战略(草案)》。该战略草案由全球领先咨询公司 Roland Berger 负责研究和起草,并在由 泰国BOI、泰国国家经济和社会发展委员会、泰国工业部、泰国微电子技术中心(TMEC)、泰国国家高等教育科学研究与创新政策办公室(NXPO)组成的小组委员会监督下完成,同时得到泰国及外国私营部门的良好合作支持。
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้พิจารณาให้ความเห็นต่อ “ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ”ที่เริ่มจัดทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 โดยได้ว่าจ้างบริษัท Roland Berger ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลก เป็นผู้ศึกษาและจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการฯ ที่ประกอบด้วยทีมงานจากบีโอไอ สภาพัฒน์ฯ กระทรวงอุตสาหกรรม ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และด้วยความร่วมมืออย่างดีจากภาคเอกชนทั้งไทยและต่างชาติ
在制定战略蓝图过程中,相关部门开展了深入调研,并组织了国内外相关部门的讨论会,评估了全球及泰国本地产业的整个供应链环境,分析了产业竞争力,对比了竞争国家的情况,同时研究了各国的支持政策、泰国的产业生态完善程度及投资吸引潜力。上述工作为制定产业发展战略的愿景、目标、关键指标、不同阶段的发展策略及相应支持措施提供了依据,同时明确了战略落地的推进机制。此次提交给泰国国家半导体委员会审议的发展路线图草案,已于2025年10月完成公开征询意见和相关方反馈。
ในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ฯ ได้มีการศึกษาข้อมูลเชิงลึก การจัดประชุมหารือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ การประเมินสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งของโลกและของประเทศไทย การประเมินความสามารถในการแข่งขัน การเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง มาตรการสนับสนุนของประเทศต่าง ๆ ความพร้อมของระบบนิเวศและโอกาสในการดึงดูดการลงทุนของไทย เพื่อนำมาสู่การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะต่าง ๆ มาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม ตลอดจนการกำหนดกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ โดยร่างยุทธศาสตร์ที่นำเสนอบอร์ดในครั้งนี้ ได้ผ่านการประชาพิจารณ์และรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา
在对比研究泰国半导体产业与本区域其他国家的发展情况时,无论是领头国家如新加坡和马来西亚,还是竞争国家如越南和菲律宾,尽管泰国半导体产业仍处于起步阶段,但综合考虑基础设施、专业人才素质、营商环境、政府支持政策以及下游产业潜力等因素,泰国仍具备发展半导体产业、实现持续增长并提升竞争力的机会。战略重点应聚焦五大高潜力产品类别,即Power、Sensor、Photonics、Analog 和 Discrete,因这些芯片广泛应用于泰国的关键产业,包括汽车、电子、通讯、数据中心、人工智能技术、自动化系统及医疗领域。
ในการศึกษาเปรียบเทียบการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยกับประเทศอื่นในภูมิภาค ทั้งผู้นำอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมถึงประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ ถึงแม้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพของบุคลากร สภาพแวดล้อมในการประกอบธุรกิจ มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และศักยภาพของอุตสาหกรรมปลายน้ำ พบว่าประเทศไทยยังมีโอกาสในการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เติบโตและแข่งขันได้ โดยควรเน้น 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีศักยภาพสูง ได้แก่ ชิปประเภท Power, Sensor, Photonics, Analog และ Discrete เนื่องจากเป็นชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมสำคัญของไทย อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI ระบบออโตเมชั่น และการแพทย์
该战略草案据此明确了泰国半导体与先进电子产业的发展方向,在延伸和巩固泰国既有优势的同时,着力培育新的能力,打通从上游到下游的完整产业链,推动形成“泰国制造芯片”(Made-in-Thailand Chips)。目标是在未来25年(2026—2050年)吸引投资超过2.5万亿泰铢,培养超过23万名产业专业人才,构建完整的半导体产业生态体系,从而推动泰国迈向区域产业领导者地位。在首个五年阶段,将重点发展泰国具有优势的产品和领域,包括芯片封装与测试业务(Outsourced Semiconductor Assembly and Test: OSAT)、芯片设计(IC Design)以及先进电子产品,同时推动在泰国投资建设上游芯片制造环节(晶圆制造Wafer Fabrication),并同步培育具备潜力的泰国本土企业,使其成长为未来半导体产业中的“本土龙头企业”。
ร่างยุทธศาสตร์ฯ จึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมุ่งต่อยอดจุดแข็งเดิมของไทย ควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถใหม่ เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลักดันให้เกิด “ชิปเมดอินไทยแลนด์” (Made-in-Thailand Chips) โดยตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท ในช่วง 25 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2026 – 2050) พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมได้มากกว่า 230,000 คน และทำให้เกิดระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจร เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในภูมิภาค โดยในระยะ 5 ปีแรก จะมุ่งเน้นต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีจุดแข็ง เช่น กิจการประกอบและทดสอบชิป (Outsourced Semiconductor Assembly and Test: OSAT) การออกแบบชิป (IC Design) และกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงการผลักดันให้เกิดการลงทุนในกิจการผลิตชิปต้นน้ำ (Wafer Fabrication) ในประเทศไทย ควบคู่กับการเริ่มสร้างผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพให้เติบโตเป็นผู้เล่นหลัก (Local Champion) ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต
为实现上述目标,战略草案提出五大关键驱动机制,具体包括:1)政策激励机制,如提供财政补贴和长期低息贷款,以吸引重点投资项目;2)高技能人才机制,通过开发相关课程、推动产业界与国内外教育机构合作,培养半导体工程及高端研发人才,并通过专业化职业培训提升劳动者技能水平;3)技术创新机制,如提升微电子技术中心(TMEC)及高校半导体研究中心的能力,推动泰国政府、企业与学术机构在研发领域的协同合作;4)基础设施机制,包括以产业集群形式规划用地,完善供水和供电体系,特别是清洁能源的建设,以及提升防灾减灾与灾害管理系统的整体效能;5)营商环境机制,如简化企业审批与许可流程,围绕半导体产业与美国、欧洲开展贸易谈判,并设计政府采购机制以支持泰国本土企业发展等。
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ร่างยุทธศาสตร์ฯ จึงเสนอกลไกขับเคลื่อน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ด้านสิทธิประโยชน์ เช่น การให้เงินสนับสนุนและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว เพื่อดึงดูดโครงการลงทุนเป้าหมาย 2) ด้านบุคลากรทักษะสูง เช่น การพัฒนาหลักสูตรและความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างบุคลากรด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการวิจัยขั้นสูง รวมทั้งการยกระดับทักษะแรงงานผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะทาง 3) ด้านเทคโนโลยี เทคโนโลยี เช่น การยกระดับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) และศูนย์วิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ของสถาบันการศึกษา การสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในการวิจัยและพัฒนา 4) โครงสร้างพื้นฐาน เช่น การกำหนดพื้นที่ในรูปแบบคลัสเตอร์ การพัฒนาระบบน้ำและไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงานสะอาด การพัฒนาระบบป้องกันและจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ 5) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การอำนวยความสะดวกในการอนุมัติ/อนุญาตประกอบธุรกิจ การเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และยุโรป ในเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ การออกแบบกลไกจัดซื้อภาครัฐเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เป็นต้น
会议还强调,泰国有必要明确界定重点发展的目标半导体领域,聚焦与国家发展潜力相匹配、且能够与泰国当前具备优势的核心产业相衔接的技术方向,例如汽车产业、家用电器及电子产业,以在长期内构建国际竞争优势,并同步提升泰国国内其他重要产业的整体能力。此外,会议指出,在吸引外国投资的同时,应并行推进本土企业的培育与参与,鼓励泰国企业在半导体产业链中发挥更积极的作用,从而实现技术转移,并推动本土企业逐步成长为未来的“本土龙头企业”。
ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป้าหมายให้มีความชัดเจน โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับศักยภาพของประเทศ และสามารถต่อยอดกับอุตสาหกรรมหลักที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็งอยู่ในปัจจุบัน เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันในเวทีโลกในระยะยาว และช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมสำคัญอื่นในประเทศได้ด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นว่า การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควรดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีบทบาทและมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เติบโตเป็น Local Champion ได้ในอนาคต
此外,另一项重要议题是加快完善基础设施建设,包括电力、水资源、废弃物处理体系以及网络安全等,同时推动新型劳动力技能培养,使之与产业需求相匹配,作为支持投资决策的重要因素;此外,还应提高战略的灵活性,以应对技术进步和全球供应链快速变化带来的挑战。
อีกประเด็นสำคัญซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำ คือ การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ไฟฟ้า น้ำ ระบบจัดการของเสีย ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานรูปแบบใหม่ ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม เพื่อเป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน อีกทั้งควรปรับยุทธศาสตร์ให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“半导体产业是全球层面的战略性产业,正处于高速增长阶段,预计到2030年市场规模将达到1万亿美元,并将成为提升泰国长期竞争力的新引擎。此次泰国国家半导体委员会审议并就泰国《国家半导体及先进电子产业发展战略(草案)》提出意见,标志着迈出了关键一步,将推动制定覆盖全产业链、系统清晰的发展路线图,助力泰国成长为区域领先的芯片设计与制造基地,并实现既定的‘泰国制造芯片’目标。”泰国投资促进委员会(BOI)秘书长 Narit Therdsteerasukdi 先生 表示。
“อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ระดับโลกที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีขนาดตลาดใหญ่ถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ. 2030 และจะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในระยะยาว การที่บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ ได้พิจารณาและให้ความเห็นต่อร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การวางโรดแมปที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการออกแบบและผลิตชิปชั้นนำของภูมิภาค และสามารถบรรลุเป้าหมาย ‘ชิปเมดอินไทยแลนด์’ อย่างที่ตั้งใจไว้” นายนฤตม์ กล่าว
此外,在 2018年至2025年11月 期间,泰国电器与电子产业共提交 1,748 个 投资促进申请项目,投资总额约 1.17 万亿泰铢,占全部投资金额的 19%,是申请投资促进数量最多且持续保持增长的产业。其中,增长尤为突出的领域包括:印制电路板(PCB)制造、半导体封装测试(OSAT)、硬盘驱动器及零部件制造、汽车电子零部件、医疗器械、通信设备,以及家用电器和智能电子设备制造等。
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2561–พฤศจิกายน 2568 การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีจำนวน 1,748 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.17 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19 ของเงินลงทุนทั้งสิ้น นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีคำขอรับการส่งเสริมมากที่สุด และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) การประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (OSAT) การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วน การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์โทรคมนาคม รวมทั้งการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
近年来,多家全球领先的半导体企业已决定在泰国投资并设立生产基地,包括:德国第一大芯片制造商英飞凌(Infineon);来自美国的 亚德诺半导体(Analog Devices)、微芯科技(Microchip Technology)和 朗美通(Lumentum);荷兰的 恩智浦半导体(NXP Semiconductor);日本的 索尼(Sony)、东芝(Toshiba)和 罗姆半导体(Rohm);以及来自中国台湾、隶属于鸿海精密(Foxconn)、专注于半导体制造设备高精密零部件的 京鼎精密科技(Fiti)等企业。
ที่ผ่านมา มีบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายรายที่ตัดสินใจลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เช่น บริษัท Infineon ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของเยอรมนี บริษัท Analog Devices, Microchip Technology และ Lumentum จากสหรัฐอเมริกา บริษัท NXP Semiconductor จากเนเธอร์แลนด์ บริษัท Sony, Toshiba และ Rohm จากญี่ปุ่น และบริษัท Fiti ในเครือ Foxconn ผู้ผลิตอุปกรณ์ความแม่นยำสูงสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากไต้หวัน เป็นต้น
松柏之志,经霜犹茂🌲
专注中泰经贸活动与商务资讯🗒️
记录泰国华侨华人、华商正能量🌹
分享在泰真实的所见所闻📰
客观视野助力中泰友好交流与合作👬
传递正能量,明天会更好💓
มุ่งเน้นกิจกรรมและข่าวสารด้านเศรษฐกิจ-การค้าระหว่างไทย-จีน
บันทึกพลังบวกของชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลและนักธุรกิจจีนในประเทศไทย
แชร์สิ่งที่เห็นและประสบการณ์จริงในไทย
มุมมองเป็นกลางช่วยส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือไทย-จีน
ส่งต่อพลังบวกเพื่อให้วันพรุ่งนี้ดียิ่งขึ้น
我是丁丁,让您多一个角度认识泰国
เราคือติงติงให้คุณได้เห็นประเทศไทยจากอีกมุมหนึ่ง